เปิดเทอมใหม่ไร้กังวล? นักเรียนมัธยมได้ฉีดไฟเซอร์ภายใน ต.ค. นี้

เดือนตุลาคมนี้ จะเป็นเดือนที่ประชาชนได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่จะมีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ประเภท mRNA จำนวน 4.8 ล้านโดสในเดือนตุลาคมเช่นกัน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

The Active รวบรวมข้อมูลการจัดสรรวัคซีนตั้งแต่ 27 กันยายน – 31 ตุลาคม 2564 ที่เรียกได้ว่าเป็นการปูพรมฉีดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายอีก 24 ล้านโดส ภายในเวลาเดือนเศษ รับเปิดภาคเรียนให้กับเด็ก ๆ

ก่อนจะถึงปลายเดือนกันยายน ‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ จะนำร่องฉีดซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย ให้เด็กอายุ 10-18 ปี  จำนวน 50,000 คน วันที่ 20 กันยายนนี้ ใน “โครงการ VACC 2 School” ขณะที่ กทม. ก็เตรียมฉีดไฟเซอร์ให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยง อายุ 12-18 ปี เริ่มตั้งแต่ 21 กันยายนนี้

นั่นเพราะ 4 เดือนที่ผ่านมา หรือเกือบ 1 ภาคเรียนของปีการศึกษา​นี้​ เด็ก ๆ ต้องเรียนออนไลน์ท่ามกลางความพร้อมที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้กลายเป็นปัญหาใหญ่ “เด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบ” ในกลุ่มที่ไม่พร้อมจึงมีเสียงเรียกร้องให้กลับมาเรียนที่โรงเรียนโดยเร็ว ก่อนจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กทั้งประเทศ

ขณะที่ข้อมูลกรมอนามัย ระบุ มีเด็กอายุ 12-18 ปีในไทย กว่า 5 ล้านคน เฉพาะ 1 เมษายน -14 สิงหาคม เด็กกลุ่มนี้ติดเชื้อแล้วกว่า 40,000 คน เสียชีวิต 8 คน ซึ่งทุกคนมีโรคประจำตัว ซึ่งถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

แต่ต้องยอมรับว่า เวลานี้ยังมีความเห็นต่างทางวิชาการเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนเด็ก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย มองว่า การฉีดวัคซีนในเด็ก 12 ปี ควรรอให้มีวัคซีนมากกว่านี้ ขณะที่ ศบค. ก็ยอมรับในข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียง โดยระบุว่า ก่อนการฉีดต้องชี้แจงเรื่องความเสี่ยง และต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม รศ.พญ.อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ กุมารแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มองว่าวัคซีนเป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ทำให้เด็กกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ สำคัญที่สุดคืออยู่ที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนควรได้รับวัคซีน 100% รวมทั้งมีมาตรการอื่นที่ควบคุมโรคไปพร้อมกัน รวมทั้งยังต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าวัคซีนนั้นมีข้อจำกัดคือยังสามารถติดเชื้อได้แต่จะมีอาการไม่รุนแรง

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค คาดว่าภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะฉีดวัคซีนได้ทั้งหมด 45 ล้านโดส และในระยะต่อไปจะมีวัคซีนมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมพร้อมจัดสรรวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต

สำหรับแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเดือนตุลาคม 2564 ประเทศไทยจะมี วัคซีนซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส

แผนในการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 24 ล้านโดส นอกจากนี้ ยังมีซิโนฟาร์มที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้ามาอีกประมาณ 6 ล้านโดส โดยภาพรวมกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือนตุลาคม แบ่งเป็น

  1. ประชาชนทั่วไปอายุ 18 ปีขึ้นไป 16.8 ล้านโดส
  2. นักเรียนอายุ 12-17 ปี ทั่วประเทศ 4.8 ล้านโดส ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ส่วนจะฉีดกลุ่มไหน ชั้นไหนก่อน จะร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ
  3. แรงงานในระบบประกันสังคม 0.8 ล้านโดส
  4. หน่วยงานอื่น เช่น องค์กรรัฐ ราชทัณฑ์ 1.1 ล้านโดส
  5. เข็มสามสำหรับคนฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม 0.5 ล้านโดส ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

ทั้งนี้ แผนการฉีดวัคซีนโควิดที่ ศบค. เห็นชอบในเดือนตุลาคม เป้าหมายจะฉีดครอบคลุมประชากรทั้งหมดอย่างน้อย 50% ของทุกจังหวัด โดยพยายามให้อย่างน้อย 1 จังหวัดมีความครอบคลุม 70% และให้มีแผนดำเนินการ COVID free Area อย่างน้อย 1 พื้นที่ ซึ่งมีความครอบคลุม 80% อีกทั้งยังเน้นครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงมีครรภ์ให้มากที่สุด รวมไปถึงประชากรกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ตามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจัดสรร


อ้างอิง

Author

Alternative Text
AUTHOR

วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส

Alternative Text
GRAPHIC DESIGNER

กษิพัฒน์ ลัดดามณีโรจน์

จบรัฐศาสตร์ IR แต่ออกมาหล่อเลี้ยงกายาด้วยงานช่างภาพและกราฟิก หล่อเลี้ยงความคิด ด้วยเรื่องวิทย์ ๆ จิตวิทยา ปรัชญา และการแพทย์