ฝ่ายค้าน เตรียมอภิปรายเข้ม งบประมาณ 2564

ชี้ ติดใจปรับแก้งบฯ ไม่สอดคล้องปัญหาประเทศ เน้นงบฯ กองทัพ แม้ถอนเรือดำน้ำ แต่ยังจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่แพงเกินจริงและยังไม่จำเป็น

เปิดตัวเลขงบประมาณหลัง กมธ. ปรับลด

สภาผู้แทนราษฎร เตรียมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวาระ 2 และ 3 วันที่ 16 – 18 ก.ย.นี้ หลังคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีมติปรับลดงบประมาณลงจากที่ตั้งไว้เดิม 3,300,000,000,000 บาท เหลือ 3,285,962,479,700 บาท

โดยกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย 268,501,313,800 บาท รองลงมาคือกระทรวงศึกษาธิการ 129,854,825,700 บาท, กระทรวงกลาโหม  107,740,146,800 บาท, กระทรวงแรงงาน 65,575,517,400 บาท และกระทรวงคมนาคม 57,950,376,500 บาท

ขณะที่งบฯ กลางได้มีการตั้งไว้ 614,616,246,500 บาท โดยในจำนวนนี้จะถูกนำไปเป็นเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญมากที่สุด 300,435,514,000 บาท,  เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 99,000,000,000 บาท,  ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 74,000,000,000 บาท, เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ 69,707,102,800 บาท และค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 40,325,629,700 บาท

ฝ่ายค้านจัดทัพอภิปรายเข้ม

สุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยเรื่องการจัดทัพอภิปรายของฝ่ายค้านว่า สำหรับผู้สงวนคำแปรญัตติไว้จะได้โอกาสอภิปรายก่อน แต่ในประเด็นที่มีการปรับแก้ไขในเนื้อหา สมาชิกที่ไม่ได้แปรญัตติก็สามารถร่วมอภิปรายได้ ซึ่งเบื้องต้นตามที่ ส.ส.ฝ่ายค้านได้มีการหารือกัน พบว่า มีสมาชิกหลายคนยังติดใจในการปรับแก้งบประมาณที่ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาประเทศ

โดยการอภิปรายในส่วนของฝ่ายค้าน จะเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายของกองทัพ ที่แม้จะชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำไปแล้ว แต่ยังพบว่ายังมีงบประมาณอีกหลายส่วนที่นำไปใช้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังพบว่างบประมาณของกระทรวงคมนาคมหลายส่วนโดยเฉพาะงบฯ ของกรมทางหลวง ในส่วนที่นำไปใช้ก่อสร้างถนนไม่เหมาะสม ไม่คุ้มค่า ส่อให้เกิดการทุจริต

รวมทั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของประชาชนที่มีปัญหา ทั้งในส่วนของงบประมาณเบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ส่วนแนวทางการโหวตลงมติของ ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ต้องรอดูการอภิปรายก่อน ซึ่งน่าจะชัดเจนในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันสุดท้ายของการพิจารณา

ด้าน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลตั้งใจจะอภิปรายและแปรญัตติของหลายกระทรวงที่คาดว่าสามารถปรับลดงบประมาณได้อีก เช่น กระทรวงกลาโหม ซึ่งพบว่า ยังมีการใช้งบประมาณและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่แพงเกินจริง และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อ แม้จะสามารถปรับลดการจัดซื้อเรือดำน้ำไปได้แล้ว แต่ยังมีการของบจัดซื้อเครื่องบินวีไอพี ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ และอาวุธต่าง ๆ

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ พบว่ายังมีโครงการ เช่น โครงการโรงเรียนคุณธรรม โครงการโรงเรียนต้านยาเสพติด ที่ฟังชื่ออาจดูสวยหรู แต่ไส้ในล้วนเป็นโครงการธุรการเพิ่มภาระให้กับครู ที่จะต้องพาเด็กไปทำกิจกรรมนอกห้องเรียน จัดบอร์ด หรือทำรายงานประเมิน เป็นโครงการผักชีโรยหน้าทั้งสิ้น ซึ่งอาจจะตัดเพิ่มได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า ยังมีการของบอบรมดูงานที่ต่างประเทศ ทั้งที่โควิด-19 กำลังระบาด

ขณะที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ยังมีการสร้างเขื่อนหรือโครงสร้างกันคลื่น ซึ่งจากงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ชายฝั่งได้ยืนยันว่า โครงสร้างกันคลื่นนั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับยังมีความพยายาม ซึ่งพรรคเห็นว่าโครงการเหล่านี้ทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ทั้งนี้ หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 18 ก.ย. ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ก็จะถูกส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในวันที่ 21 และ 22 ก.ย. ก่อนนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อประกาศให้มีผลบังคับใช้

ส่วนกรณีที่งบประมาณถูกประกาศใช้ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. นั้น สำนักงบประมาณ ส่งหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ถึงหน่วยงานราชการทั้งหมดทั่วประเทศ ให้ใช้งบประมาณปี 2563 ไปพลางก่อน โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายตามกรอบของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไปพลางก่อน ให้เบิกจ่ายตามความจำเป็น หรืองบผูกพันที่อนุมัติได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2563

Author

Alternative Text
AUTHOR

เล็ก | เพ็ญพรรณ อินทปันตี

อดีตนักกิจกรรม รักการอ่าน งานเขียน ว่ายน้ำ และเล่นกับแมว