สภาประชาชนภาคใต้ ประกาศค้าน “แลนด์บริดจ์” ถึงที่สุด จนกว่าโครงการยุติ

แถลงการณ์ ย้ำ “นายกฯ เศรษฐา” อ้างแค่คำว่า “พัฒนา” ยกทรัพยากรให้กลุ่มทุนต่างชาติ ปล่อยประชาชนในพื้นที่ต้องเป็น “ผู้เสียสละ” ภายใต้วาทกรรม เพื่อความเจริญ ความมั่งคั่งของประเทศ

วันนี้ (15 พ.ย.66) สภาประชาชนภาคใต้ เและภาคีเครือข่าย ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรื่อง “หยุดแลนด์บริดจ์ ระนอง – ชุมพร”  
หยุดความคิดยกแผ่นดินภาคใต้ให้กลุ่มทุนต่างชาติ โดยแถลงการณ์อ้างถึงคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ระนอง – ชุมพร โดยที่ประชุม ได้รับทราบ และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) ในทันที

พร้อมกับการพัฒนาโครงการเพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ ผู้ประกอบการมาลงทุน เพื่อให้มีการร่วมลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงโครงการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ที่ระนอง ชุมพร, โครงการรถไฟรางคู่ ที่จะต้องเชื่อมต่อกับ 2 ท่าเรือ, โครงการนิคมอุตสาหกรรมและปิโตรเคมี หลายหมื่นไร่ และยังมีโครงการสัมปทานแหล่งหินเพื่อถมทะเล, โครงการก่อสร้างเขื่อน เพื่อจัดหาแหล่งน้ำ

รัฐบาลกำลังล้างผลาญฐานทรัพยากรทุกอย่างที่พวกเรามี เพื่อยกให้กับ กลุ่มทุนต่างชาติทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ประโยชน์คือผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการที่หมายถึง กลุ่มทุนต่างชาติ และรวมถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่จะได้กับนักการเมือง และกลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้าง เพียงบางกลุ่มเท่านั้น สุดท้ายพวกเราต้องเป็น ผู้เสียสละ ที่จะต้องยินยอมทุกอย่างภายใต้วาทกรรมที่พวกท่านตอกย้ำเสมอว่า เพื่อความเจริญ และความมั่งคั่งของประเทศนี้ พวกเราชาวระนอง ชุมพร และภาคีเครือข่ายทั่วภาคใต้ ที่มารวมตัวกัน ในนามสภาประชาชนภาคใต้ ขอบอกกับท่านว่า พวกเราไม่พร้อมที่จะเสียสละสิ่งที่เรามีอยู่ทั้งหมด อันเป็นฐานศักยภาพของผืนดินแห่งนี้ ทั้งทะเลชายฝั่ง ที่ดินทำกินสวนทุเรียน สวนผลไม้แหล่งน้ำ ป่าไม้ภูเขา ตลอดไปถึงสังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิตพื้นถิ่นของพวกเราด้วยการปล่อยให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ที่กำลังถือวิสาสะว่าเป็นผู้นำประเทศแล้วจะดำเนินการอย่างไรกับพวกเราก็ได้เพียงอ้างคำว่า “พัฒนา” และจะทำให้ประเทศนี้เจริญขึ้น แล้วออกเดินสายเพื่อขายทุกอย่างที่พวกเรามีให้กับใครก็ได้

แถลงการณ์ ยังย้ำว่า จะไม่ยอมปล่อยให้นำศักยภาพและฐานทรัพยากร ตอบสนองความต้องการของนักการเมือง และคนบางกลุ่ม ภายในประเทศ ภายใต้โครงการขนาดใหญ่ที่ชื่อ “แลนด์บริดจ์ ระนอง – ชุมพร” พร้อมยืนยันจะร่วมกันคัดค้านโครงการนี้อย่างถึงที่สุดจนกว่ารัฐบาลจะหยุดโครงการนี้

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร คือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน  จัดทำโดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นเมกกะโปรเจ็ก ใช้เม็ดเงินสูงถึง 1 ล้านล้านบาท มีระยะทาง 89.35 กิโลเมตร แนวเส้นทางผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 3 อำเภอ (อ.เมืองระนอง จ.ระนอง และ อ.หลังสวน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร) ซึ่งหลังรัฐบาลเดินสายโรดโชว์เสร็จสิ้น ก็จะประมวลว่า ต้องทำกฎหมายพิเศษอย่างไร เมื่อทำเสร็จแล้วจะเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุน ภายในระยะเวลา 2 ปีจะมีความชัดเจน

นายกฯ หวัง “แลนด์บริดจ์” สร้างโอกาส เด็กไทยไม่ย้ายประเทศ

ก่อนหน้านี้ นอกจากการประกาศความมั่นใจสำหรับโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ระหว่างเดินทางไปเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปคที่สหรัฐฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ ว่า จะใช้โอกาสนี้ รวมถึงการเดินทางเยือนประเทศต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนนักธุรกิจต่างประเทศมาร่วมลงทุน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะมั่นใจว่า จะช่วยสร้างโอกาส การจ้างงาน และยกระดับรายได้ พร้อมทั้งยังเชื่อว่า จะเป็นปัจจัยช่วยเปลี่ยนใจ “ไม่ให้เด็กไทยย้ายประเทศ”

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ทั้งข้อเสนอจูงใจ มาตรการภาษีต่าง ๆ ให้เลือกมาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด, การบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรม, การเป็นศูนย์กลางการบิน, มีรถไฟความเร็วสูง, ท่าเรือแหลมฉบังสำหรับโลจิสติกส์ โดยเชื่อว่า จะทำให้คนรุ่นใหม่เล็งเห็นโอกาส และได้แรงบันดาลใจ จากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จนทำให้อาจจะตัดสินใจไม่ย้ายประเทศ แม้โครงการยังไม่เกิดขึ้นทันที แต่คนรุ่นใหม่จะวางแผนอนาคตตัวเองได้


Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active