‘บางกลอยคืนถิ่น’ ยื่น รมว.ยธ. ขอช่วย 28 ชาวบ้านถูกอุทยานฯ ฟ้องรุกป่า

ขอความเป็นธรรม “รมว. ยุติธรรม-อัยการสูงสุด” ในคดีชาวบ้านบางกลอย 28 คน ถูกอุทยานฯ ฟ้องข้อหารุกป่า เหตุกลับไปทำกินบนพื้นที่ดั้งเดิม ชาวบ้านเผยเดือดร้อนหนัก ขาดอาหาร-รายได้-ที่ทำกิน ถูก จนท. คุกคาม

26 ม.ค. 2567 ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในนาม กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น เข้ายื่นหนังสือถึง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้ชะลอหรือยุติคดีชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย 28 คน ที่ถูกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแจ้งความดำเนินคดีเมื่อเดือน มี.ค. 2564 จากการที่ชาวบ้าน 37 ครอบครัวลุกขึ้นต่อสู้เพื่อกลับขึ้นไปทำกินที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิมก่อนการถูกอพยพ โดยขณะนี้คดีความอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ และชาวบ้านเกรงว่าพนักงานอัยการจะเร่งส่งฟ้องต่อศาล หลังอัยการสูงสุดยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมของชาวบ้านเมื่อปลายปี 2566

สาระสำคัญในหนังสือระบุถึงความคืบหน้าภายใต้รัฐบาลใหม่ ที่นำโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีมติคณะรัฐมนตรี และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่องตามอำนาจและหน้าที่ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการออกกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการศึกษา รวบรวมปัญหา และตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย เสนอแนวทางที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการปกครอง คดีแพ่ง และคดีอาญา เร่งรัด ติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี 

จะเห็นได้ว่า รัฐบาลนี้มีแนวนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคดีความที่รัฐบาลได้ร่วมกับภาคประชาชนผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ พ.ศ. … และมีกลไกคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้นรัฐบาลยังได้แต่งตั้งกลไกคณะกรรมการอิสระฯ ขึ้น ซึ่งมีกำหนดจะประชุมครั้งที่ 1/2567 ในเดือน ก.พ. 2567 นี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ในการคืนความเป็นธรรมแก่ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จึงขอให้ รมว.ยุติธรรม หาแนวทางชะลอหรือยุติการสั่งฟ้องคดีชาวกะเหรี่ยงบางกลอยทั้ง 28 รายเอาไว้ก่อน จนกว่าการดำเนินการตามกลไกการแก้ไขปัญหาและการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ราษฎรฯ ของรัฐบาลจะแล้วเสร็จ

หลังการยื่นหนังสือและพูดคุยกับพันตำรวจเอก ทวี เห็นพ้องกันว่าควรเร่งหาแนวทางชะลอหรือยุติคดีความของชาวบางกลอยทั้ง 28 คน โดยขณะนี้ต้องรอท่าทีทางฝ่ายนโยบายซึ่งมีคณะกรรมการอิสระฯ เกิดขึ้นแล้ว หากมีการประชุมให้ทำความเห็นจากกรรมการอิสระฯ ส่งไปที่อัยการสูงสุดอีกครั้ง นอกจากนั้น พันตำรวจเอก ทวี รับปากว่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเพื่อหาหลักฐานยืนยันว่าชุมชนอยู่มาก่อน แต่เบื้องต้นจะทำความเห็นจากตนในฐานะประธานอนุกรรมการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของพีมูฟส่งไปก่อน

ชาวบางกลอย เผย เดือดร้อนหนักขาดอาหาร-รายได้-ที่ทำกิน ถูก จนท. คุกคาม

พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น เผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่บ้านบางกลอนขณะนี้มีการคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนเรื่องคุณภาพชีวิตชาวบ้านก็ยังไม่ดีขึ้น ชาวบ้านบางคนไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกิน ข้าวของก็แพงขึ้นเรื่อยๆ ข้าวสารก็แพงขึ้น ส่วนการหางานข้างนอกตอนนี้ก็หาไม่ได้ การจ้างงานมีน้อยลง พร้อมยังกังวลเรื่องคดีความ ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปที่อัยการสูงสุด หลังจากนั้นก็ได้รับข่าวมาว่าอัยการจะเร่งสั่งฟ้อง ซึ่งพงษ์ศักดิ์มองว่าการต่อสู้คดีเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ของชาวบ้านมาก 

“ในความเป็นจริงแล้วการกลับไปที่บางกลอยบนเราก็ไม่ได้ไปท้าทายอำนาจใคร เราไม่ได้อยากโดนคดี เราแค่อยากจะบอกว่าที่นั่นเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของเรา แต่สิ่งที่เราได้รับคือเรื่องคดีความ ซึ่งเรากังวลมาก ชาวบ้านบางส่วนก็ต้องออกไปรับจ้างข้างนอก ไปงานไกล ๆ ต้องลางาน ขาดรายได้เพื่อมาสู้คดี ครอบครัวก็จะลำบากขึ้นอีก หากเราต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจริง ๆ เราจะลำบาก เพราะกระบวนการยุติธรรมในประเทศเราก็ไม่ค่อยยุติธรรมด้วย มันเป็นระบบกล่าวหา ไม่ใช่ระบบไต่สวน ถ้าชาวบ้านโดนแจ้งข้อหาเราก็ไม่มีทางชนะเจ้าหน้าที่รัฐได้เลย”

พงษ์ศักดิ์ ย้ำว่า ส่วนตัวไม่อยากใช้วิธีทางคดีความในการต่อสู้กับรัฐ ไม่อยากไปเสี่ยงในกระบวนการยุติธรรม ทางออกที่ดีที่สุดคือตามแนวทางของคณะกรรมการอิสระฯ ที่ให้ชะลอหรือยุติการสั่งฟ้อง ส่วนชาวบ้านที่จะกลับขึ้นไปที่บางกลอยบนก็ควรให้ชาวบ้านทดลองไปอยู่ได้ ใครที่อยากอยู่บางกลอยล่างก็ให้พัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมเร่งมีการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ให้ได้เร็วที่สุด และอยากให้ประชุมบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมารู้สึกว่าการดำเนินการล่าช้า ปัญหาของพี่น้องก็บานปลายทั้งเรื่องคดีความและปากท้องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active