“หมอไม่ทน” ล่าชื่อ เรียกร้อง สธ. ปลดล็อกตรวจโควิด-19 ได้เองที่บ้าน หลังตัวเลขติดเชื้อใกล้ถึงหมื่นคนต่อวัน

ขณะ สธ.ไฟเขียวให้ใช้ Rapid Antigen Test แต่โดยบุคลากรทางการแพทย์และในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองเท่านั้น

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2564 “กลุ่มหมอไม่ทน” สร้างแคมเปญใน Change.org “#ปลดล็อค self-test kit เราควรตรวจหาเชื้อโควิดเองได้ที่บ้าน” โดยระบุว่า เช้าวันหนึ่งคุณมีอาการ เริ่มเจ็บคอ วันต่อมา คุณรู้สึกหายใจไม่สะดวก ไข้เริ่มสูงขึ้น คนใกล้ตัว คนในบ้าน คนที่คุณรัก มีอาการเดียวกัน มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นทุกวัน ล่าสุดวันนี้ ใกล้จะหมื่นคน ส่วนคนเสียชีวิตกำลังจะแตะหนึ่งร้อยคนต่อวัน ทุกคนจะทำอย่างไร เมื่อศูนย์ตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ใกล้ที่สุด คิวยาว หลายคนต้องตากแดด ตากฝน นั่งรอข้ามคืน เพื่อจะได้รู้ว่าจะถูกรายงานเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อไปไหม

ระบบสาธารณสุขกำลังโดนกับดักคอขวด ประชาชนหมดหนทางในการเข้ารับการตรวจ หลายคนมีอาการ เหนื่อย และเสียชีวิตอยู่ที่บ้านโดยไม่มีโอกาสได้รู้ว่าติดเชื้อหรือไม่

ขณะเดียวกันที่ต่างประเทศ ได้อนุมัติการตรวจเองที่บ้าน Rapid Antigen test จนเป็นการใช้อย่างแพร่หลาย มีการทดสอบประสิทธิภาพ ถ้าหากมีอาการ สามารถบอกผลการติดเชื้อแม่นยำถึง 90% ถ้าผลเป็นบวก ร่วมกับมีอาการ สามารถใช้ยืนยันว่าติดเชื้อได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น หลายประเทศยังแนะนำและสนับสนุนให้ตรวจซ้ำเป็นระยะโดยวางขายและให้เข้าถึงได้ง่ายหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อชุดตรวจ

ขณะที่ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 “ศุภกิจ ศิริลักษณ์” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า Rapid Antigen Test ที่จะนำมาใช้นั้น จะต้องผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปัจจุบันมีขึ้นทะเบียนแล้ว 24 ยี่ห้อ ซึ่งอนุญาตให้ใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น และดำเนินการโดยสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองในการตรวจวิธีมาตรฐาน RT-PCR ปัจจุบันมีประมาณ 335 แห่งเท่านั้น ซึ่งเพียงพอที่จะดำเนินการเพื่อลดการรอคิวได้ เพราะเป็นการลดการตรวจด้วย RT-PCR

“ยังไม่ได้เป็นการเปิดให้คลินิกไหนก็ได้ที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือ ประชาชนทั่วไป นำมาใช้ตรวจ เพราะเมื่อตรวจเป็นบวกแล้วต้องตรวจ RT-PCR ซ้ำ”

Author

Alternative Text
AUTHOR

วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส