โควิด-19 ส่งผล “ขาดเลือดหนัก” ผู้ป่วยเสี่ยงไม่มีเลือดรักษา แนะ คัดกรองตัวเองก่อนบริจาค

โควิด-19 ทำคนกังวล หลัง สภากาชาดไทย-รพ.ทั่วประเทศ ขาดเลือด ‘รพ.ตรัง’ วอนคนไทยร่วมบริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน เลือดกรุ๊ป O เริ่มขาดแคลน

วันนี้ (22 เม.ย.2564)โรงพยาบาลตรังได้ออกประกาศด่วน ขอให้ประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิต เพราะโรงพยาบาลเริ่มมีปริมาณการสำรองเลือดลดลงเข้าขั้นวิกฤต ในทุกกรุ๊ปเลือด โดยเฉพาะเลือดกรุ๊ป O ขาดแคลนหนัก

นางอารีรัตน์ กาลรัตน์ หัวหน้างานธนาคารเลือดโรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณความต้องการเลือดในโรงพยาบาลมีมาก แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีคนเริ่มบริจาคน้อยลง ขณะเดียวกันเลือดสำรองในโรงพยาบาลตรังก็เริ่มลดลง เพราะแต่ละวันก็จะมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เลือด เช่น อุบัติเหตุ รวมทั้งกรณีการผ่าตัดต่างๆ ซึ่งเริ่มจะไม่เพียงพอและเริ่มวิกฤตแล้ว อยากให้มีคนหันมาช่วยกันบริจาคและขอให้มั่นใจในเรื่องความสะอาด สถานที่ที่จัดเฉพาะระหว่างมาบริจาคในโรงพยาบาลตรัง

“อยากขอความร่วมมือผู้มาบริจาคเลือดควรคัดกรองตัวเองและให้ข้อมูลที่เป็นจริงเกี่ยวกับประวัติการเดินทาง และความเสี่ยงในการรับเชื้อโควิด-19 เพื่อให้เลือดทุกยูนิตปลอดภัยจากเชื้อโควิด -19 เนื่องจากทั่วโลกยังไม่เคยมีการตรวจการติดเชื้อ COVID -19 ในโลหิตบริจาค”

ขณะที่ปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศและสภากาชาดไทย ก็ขาดแคลนเลือดอย่างหนัก เช่นกัน วันนี้ (22 เม.ย.2564) ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอให้คนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งสามารถบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

ซึ่งคุณสมบัติของผู้บริจาคเลือดเบื้องต้นต้องมี สุขภาพแข็งแรง ณ วันที่บริจาค น้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป อายุระหว่าง 18-60 ปี ไม่เจาะผิวหนัง สัก ลบรอยสัก ในระยะ 1 ปี ไม่อยู่ระหว่างการรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันเลือดแข็งตัว ไม่มีประวัติเป็นโรคมาลาเรียในระยะเวลา 3 ปี ไม่ได้รับการถอดฟันหรือขูดหินปูน ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนบริจาคเลือด ไม่มีบาดแผลสดหรือบาดแผลติดเชื้อใดๆ ตามร่างกาย ผู้หญิงไม่อยู่ระหว่างการมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก เหนื่อยหอบไม่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วยที่สงสัย หรือติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้อมูลของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุว่า ผู้ที่จะมาบริจาคก็ควรคัดกรองก่อนการบริจาคเลือดด้วย เช่น ถ้ามาจากต่างประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 หรือเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 และเป็นผู้ที่รับวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 นับตั้งแต่หายป่วยโดยไม่มีอาการเหล่านี้ “ให้งดบริจาคเลือด14 วัน” ที่สำคัญผู้บริจาคต้องตอบคำถามสุขภาพให้ข้อมูลจริง ถ้าเกิดว่าทราบภายหลังบริจาคว่าได้รับเชื้อโควิด-19 ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่บริจาคทันที

สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 มาแล้วหรือช่วงหลังฉีดวัคซีน แต่อยากบริจาคโลหิตก็ต้องพิจารณาเพราะเงื่อนไขของการรับวัคซีนไม่เหมือนกัน เช่น ถ้ากรณีฉีด Sinovac ให้เว้น 1 สัปดาห์ ถึงจะบริจาคได้ กรณี ฉีด AstraZeneca ,Johnson & Johnson ให้เว้น 4 สัปดาห์ ถึงจะบริจาคได้ ส่วนใครมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้หายดีก่อน และเว้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถึงจะบริจาคโลหิตได้ หรือ ติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร 0 2256 4300

Author

Alternative Text
AUTHOR

นิตยา กีรติเสริมสิน

Alternative Text
AUTHOR

บุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติกุล

นักข่าวตาปรือ จบสายวิทย์-สังคมฯ จิตวิทยา กับ บริหารรัฐกิจฯ สนใจวิธีคิด-สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย