ขอรับบริจาคโลหิต รับหยุดยาว เสี่ยงอุบัติเหตุสูง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุ เลือดสำรองขาดแคลน วันหยุดยาวอาจกระทบผู้ป่วยที่ต้องการเลือดทั่วประเทศ

วันนี้ (9 ธ.ค. 2563) รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ปริมาณความต้องการใช้โลหิตในการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งมีช่วงหยุดยาว 4 วัน คือ วันที่ 10-13 ธ.ค. 2563 ตามมติ ครม. ให้เป็นวันหยุดราชการพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้มีประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก เพิ่มความเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วน

โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำเป็นต้องสำรองโลหิตสำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างทันท่วงที จึงมีการขอเบิกโลหิตสูงถึงวันละ 6,000-8,000 ยูนิต ทำให้ปริมาณโลหิตสำรองคงคลังไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษาอย่างเร่งด่วน เช่น อุบัติเหตุ ผู้ป่วยผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอด และผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิต เป็นประจำ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ขอให้ประชาชนผู้ที่มีสุขภาพดี โดยเฉพาะผู้ที่เคยบริจาคโลหิตเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่บริจาคครบ 3 เดือนแล้ว สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้มีปริมาณโลหิตที่สม่ำเสมอเพียงพอแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10-13 ธ.ค. นี้

สถานที่รับบริจาคโลหิต

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์
จันทร์-ศุกร์
07.30 – 19.30 น.
เสาร์-อาทิตย์ และหยุดนักขัตฤกษ์
08.30 – 15.30 น.

ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค (ชั้น 3)
จันทร์-ศุกร์
08.30 – 19.30 น.
เสาร์-อาทิตย์ และหยุดนักขัตฤกษ์
08.30 – 15.30 น.

เดอะมอลล์ บางแค (ชั้น P)
ทุกวัน
12.00 – 18.00 น.

เดอะมอลล์ บางกะปิ (ชั้น 3 ทางออกลานจอดรถ ชั้น 3A)
ทุกวัน
12.00 – 18.00 น.

เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (ชั้น 5 โซนศูนย์ราชการ)
ทุกวัน
12.00 – 18.00 น.

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (ฝั่งลานจอดรถ ชั้น 2 อาคาร B)
ทุกวัน
12.00 – 18.00 น.

บ้านทรงไทย ย่านวงศ์สว่าง
ทุกวัน
09.00 – 15.00 น.

ในส่วนภูมิภาคบริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต

Author

Alternative Text
AUTHOR

นิตยา กีรติเสริมสิน