“ผาหมี” ไม่หวั่นโควิด​-19 เดินหน้าท่องเที่ยว​ชุมชน​

ปรับตัวหารายได้เสริม ขายผลิตภัณฑ์เกษตรผ่านโซเชียล​ เสนอ อสม. ปูพรมสแกนทุกชุมชน​ เรียกความเชื่อมั่น กลับคืน จ.เชียงราย

วันนี้ (7 ธ.ค.​ 2563) ‘ผกากานต์​ รุ่งประชารัตน์’ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ผู้ประกอบการ​ร้านกาแฟบนดอยผาหมี​ อ.แม่สาย​ จ.เชียงราย​ กล่าวว่า​ หลังจากโควิด-19 ระบาดรอบแรก ต้องปิดร้านตามมาตรการล็อกดาวน์​ ตั้งแต่เดือน มี.ค.​ -​ พ.ค. เป็นเวลา 3 เดือน เมื่อเริ่มเปิดเมื่อเดือน ก.ค. ก็ประคับประคองร้านมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ค่อยมีลูกค้า จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นเดือน พ.ย. เริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมา เมื่อทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นเพียง 3 สัปดาห์ ก็พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รายแรกในจังหวัดเชียงราย ที่ลักลอบข้ามแดนมาจาก​ จ.ท่า​ขี้เหล็ก​ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เธอบอกว่าภาระที่เคยลงทุนไว้ก่อนหน้านี้ วางแผนว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง​ ก็ทำให้ต้องขาดทุนซ้ำ จึงต้องการให้รัฐบาลสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจว่า​ โควิด-19 ไม่น่ากลัวและสามารถป้องกันได้​ เข้ามาท่องเที่ยวได้​ ขอเสนอว่า​ให้เรียกความเชื่อมั่นด้วยการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ตรวจสแกนพื้นที่อย่างละเอียด แล้วติดป้ายแสดงสัญลักษณ์ความปลอดภัย เป็นรายชุมชน​ แต่ยืนยันจะเดินหน้าธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนต่อไป โดยใช้มาตรการทางสาธารณสุข เธอบอกอีกว่าส่วนตัวไม่กลัวโรคโควิด​ แต่ก็มีมาตรการป้องกันเป็นอย่างดี

“ถ้าถามถึงการปรับตัว​ หลังมีโควิด​ ก็รู้แล้วว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม​ เอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงมองหาผลิตภัณฑ์ในชุมชนที่จะสามารถขายออนไลน์ เช่น​ ส้ม​ ผลไม้ที่ปลูกกันเยอะในพื้นที่ผาหมี​ ก็สามารถนำมาขายออนไลน์สร้างรายได้ในช่วงโควิดทดแทน แต่รายได้ส่วนนี้ยังถือว่าไม่มีสัดส่วนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับภาระหนี้สิน​ ที่นำมาลงทุนก่อสร้างธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน”

ด้าน​ ‘​ศรินรัตน์​ พฤกษา​พันธ์ทวี’ ชาวอาข่า ผู้ประกอบการ​ ภูฟ้าซาแจะ​ โฮมสเตย์​ บอกว่า นักท่องเที่ยวขอเลื่อนห้องพักเกิน 50% แต่ไม่สามารถคืนเงินมัดจำได้​ ทำให้แต่เพียงเลื่อนวันเข้าพัก กลัวว่าหากสถานการณ์​เป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ลูกจ้างจะได้รับผลกระทบ​ เพราะต้องจ่ายค่าจ้างทุกเดือน​

“ที่ผ่านมาก็เห็นรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยามีทั้งมาตรการต่าง ๆ ที่กระตุ้นการท่องเที่ยว​ รวมไปถึงการพักชำระหนี้ แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะไม่กล้าเข้ามา วอนสื่อมวลชนบอกถึงความปลอดภัยที่มีอยู่ ในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วยว่าสามารถมาท่องเที่ยวได้และทำตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเต็มที่”

อย่างไรก็ตาม​ ผู้สื่อข่าว​รายงานว่า​ ยังมีนักท่องเที่ยวจาก​ กทม.​ บางส่วนมาเที่ยว​ จ.เชียงราย​ แม้จะรู้ข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อ​ จากการสอบถาม​นักท่องท่อง​​จากท่องเที่ยวจาก​ กทม.​ กล่าวว่า​ วางแผนไว้ว่าจะมาในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ก่อนทราบข่าว แต่หลังทราบข่าวก็ไม่ยกเลิกแผนท่องเที่ยวที่เชียงราย​ เพราะหาวันลาได้ยาก และมีความเชื่อมั่นในมาตรการ​ทางสาธารณสุขของชุมชน

“อีกใจหนึ่งก็อยากช่วยผู้ประกอบการในชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งรู้ดีว่าได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน มองว่าแหล่งท่องเที่ยวชุมชนธรรมชาติ​ มีพื้นที่บริเวณกว้างสามารถรักษาระยะห่างได้​ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยว​ ที่ไม่เคยมีผู้ติดเชื้อหรือเป็นสถานที่เสี่ยงสัมผัส ก็คิดว่าไม่ควรจะเหมารวม จนเกิดความกลัวจนเกินไป วันนี้เข้ามาพร้อมกันทั้งครอบครัว มั่นใจว่าหากป้องกันตนเอง​ ตามที่แพทย์​แนะนำ​ หน้ากากอนามัย​ บ้างมือบ่อย​ ไม่ไปที่แออัด​ จะช่วยป้องกันโรคได้”

Author

Alternative Text
AUTHOR

ทัศน์​ | วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส