ร้อง สพฐ. แก้คู่มือ Home School ใหม่ ชี้เงื่อนไขเยอะ ทำเด็กตกหล่น

‘เครือข่ายบ้านเรียน’ เสนอทบทวนคู่มือ Home School ฉบับใหม่ ชี้ ขาดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย พ่อแม่ถูกจี้ให้แก้แผนอิงตามหลักสูตรแกนกลาง ย้ำ ‘บ้านเรียน’ ต้องให้เด็กได้เรียนนอกกรอบ ไม่ใช่ทำบ้านเป็นห้องเรียน

เมื่อวันที่ (23 พ.ค. 67) เครือข่ายบ้านเรียน และ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ทบทวนและแก้ไขคู่มือแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) ฉบับใหม่ ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมองว่า ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อเด็ก เยาวชน และผู้จัดการศึกษา

เครือข่ายบ้านเรียน ระบุได้รับการร้องเรียนจากผู้จัด Home School กว่า 30 ราย ว่า ถูกละเมิดสิทธิและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเขตพื้นที่การศึกษา เพราะเขตปฏิบัติงานโดยนำกรอบ การจัดการศึกษาในโรงเรียน มาบังคับใช้กับ บ้านเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยขาดความรู้ความเข้าใจ

แม่แอน-รัตน์ติการณ์ พุ่มพิกุล หนึ่งในเครือข่ายบ้านเรียนที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยกับ The Active ว่า หลังจากพาลูกเข้าเรียนในระบบภาคบังคับ ตนพบว่าลูกของตัวเอง ชอบวิ่งเล่น อยากรู้อยากเห็น ไม่เหมาะกับสภาพการเรียนรู้เชิงบังคับในห้องเรียน ที่ต้องนั่งอยู่กับที่และเรียนตามตำราเคร่งครัด จึงตัดสินใจพาลูกออกมาเพื่อจัดการศึกษาให้กับลูกตนเองโดยเฉพาะ

จึงเข้ายื่นแผนจัดการเรียนกับทางเขตพื้นที่การศึกษา แต่กลับได้รับคำชี้แจงว่า แผนดังกล่าวมีจุดต้องปรับแก้ โดยใช้แนวคิดของหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับมายึดโยง ต้องมีเวลาเรียนเป็นระบบแบบแผน และสภาพแวดล้อมของบ้านเธอ ยังไม่พร้อมต่อการจัด Home School เช่น ยังไม่มีมุมอ่านหนังสือ, มุมออกกำลังกาย ฯลฯ เบื้องต้นเธอก็ยินดีนำไปปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม เพราะอยากให้ได้รับรองว่าลูกได้รับการศึกษาแบบ Home School แต่ในภายหลังเธอได้ทราบจากเครือข่ายบ้านเรียนว่า ไม่มีใครที่จัดให้บ้านกลายเป็นห้องเรียน เพราะการเรียนรู้แบบ Home School นั้นเกิดได้ทุกพื้นที่

ยิ่งไปกว่านั้น แม่แอน ยังพบว่า เขตพื้นที่การศึกษาเลือกใช้แนวทางการจัดการเรียนรู้ และการวัดผลตามการศึกษาภาคบังคับที่มีการกำหนดชั่วโมง วิชา และเวลาเรียนเป็นเงื่อนไขในการจัด Home School ทำให้พ่อแม่หลายคนประสบปัญหาในการออกแบบการเรียนให้ลูก เด็กหลายคนที่จะเทียบโอนวุฒิ เด็กหลายคนที่จะเทียบโอนวุฒิ ก็ถูกจับให้ไปสอบข้อสอบตามตัววัดตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งเราเรียนจากประสบการณ์ตรงเกิดตัวชี้วัดแสดงคุภาพการเรียนรู้แบบองค์รวม ซึ่งเด็ก Home School ไม่ได้ถูกบ่มทักษะมาเพื่อตอบคำถามในกระดาษคำตอบ และยังมีความฉลาดในมิติอื่น ๆ อีกมากที่ถูกมองข้ามไป

“เราพบว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนทำบ้านให้เป็นห้องเรียน เพราะ Home School คือการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ได้ทุกที่ เราจึงไม่เห็นด้วยกับการทำแผนการเรียนให้ลูกแบบการศึกษาภาคบังคับ แต่เมื่อเราปฏิเสธที่จะแก้ไขแผน ลูกเราก็อาจจะไม่ได้ถูกนับอยู่ในระบบการศึกษา Home School”

แม่แอน – รัตน์ติการณ์ พุ่มพิกุล

อีกปัญหาหนึ่งคือการออกคู่มือ Home School ฉบับใหม่ที่ขาดการมีส่วนร่วม แม่แอน บอกว่า ปัญหาสำคัญคือประเด็นเรื่องปฏิทินเข้ารับการศึกษาที่ถูกเลื่อนมาเป็นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเด็กยังไม่ปิดเทอมจากโรงเรียน พ่อแม่จึงไม่อาจตัดสินใจในการจัด Home School ได้ ขณะที่พ่อแม่ผู้ไม่เคยจัด Home School มาก่อนและต้องการยื่นจัด ถ้ายื่นแผนการจัด Home School ในช่วงเทอมแรกไม่ผ่าน ก็ต้องรอยื่นใหม่เป็นปี ๆ ส่งผลให้เด็กมีภาวะเหมือนอยู่นอกระบบการศึกษา

เครือข่ายบ้านเรียน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จึงรวบรวมข้อคัดค้านและเรียกร้องให้ สพฐ. ทบทวนและยกเลิกคำสั่งและคู่มือแนวทางการจัด Home School ฉบับใหม่ โดยมีข้อเรียกร้องต่อทาง สพฐ. ดังนี้

  1. ทบทวนคำสั่งดังกล่าว และแก้ไขคำสั่งที่ส่งผลหรืออาจส่งผลกระทบต่อการจัด Home School

  2. มีคำสั่งถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้จัด Home School บนหลักการมีส่วนร่วม และเน้นย้ำการพัฒนาการศึกษาภาคสังคม โดยยึดหลักวิชาการและประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน และอำนวยความสะดวก ลดความซับซ้อนเพื่อให้การจัด Home School เป็นไปอย่างราบรื่น

  3. มีมาตรการแก้ไขผลกระทบทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อไป มีกลไกที่เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนาแนวทางการจัด Home School

ทางด้าน สพฐ. ได้รับฟังปัญหาและเปิดพื้นที่ให้ทั้งทางฝ่ายบ้านเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาเข้าชี้แจง และรับปากว่าจะทบทวนแนวทางการจัดการศึกษาใหม่ ซึ่งแม่แอน มองว่า สถานการณ์การพูดคุยน่าจะไปในทิศทางบวกต่อเด็ก ทุกฝ่ายพยายามหาแนวทางให้เยาวชนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ สพฐ. จะนำประเด็นร้องเรียนไปพิจารณาต่อ ขณะเดียวกันกำลังจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยให้ยึดแนวทางคู่มือการจัด Home School ฉบับเดิมไปก่อน เพื่อให้เด็กได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ป้องกันปัญหาค้างท่อ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active