เช็ก 25 จังหวัดสีเหลือง และ 8 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว นั่งดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม

มติ ศบค. ผ่อนคลายมาตรการ ปรับโซนพื้นที่ควบคุมหรือสีส้ม 69 จังหวัดเหลือ 44 จังหวัด และมี 25 จังหวัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังหรือสีเหลือง คง 8 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว ด้าน สธ. ยังรอผลการศึกษาทางคลินิกสายพันธุ์โอมิครอน เป็นข้อมูลปรับลดระดับการเตือนภัย 

20 ม.ค. 2565 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ มีมติให้ปรับโซนสีจากเดิม 69 จังหวัดพื้นที่สีส้ม หรือ พื้นที่ควบคุม ให้เหลือ 44 จังหวัด และส่วนที่เหลือให้ปรับมาเป็นพื้นที่สีเหลืองหรือเฝ้าระวังสูง 25 จังหวัด ซึ่งความแตกต่าง 

นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า พื้นที่ สีเหลืองจะอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ และขยายจากเดิมได้ถึง 3 ทุ่ม เป็นไม่เกิน 5 ทุ่ม แต่ต้องเป็นร้านที่มีมาตรฐาน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น ตามมาตรการ Covid Free Setting ส่วนพื้นที่สีฟ้า หรือ พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวยังคงเป็น 8 จังหวัดเหมือนเดิม 

ส่วนแผนการเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ในรูปแบบ Test&Go ที่ประชุม ศบค.ให้เปิดลงทะเบียน Test&Go ได้อีกครั้ง ตั้งแต่ 1 ก.พ. นี้ โดยมีเงื่อนไขอนุญาตให้เข้ามาได้ทุกประเทศ แต่ปรับการตรวจหาเชื้อโดยใช้วิธี RT-PCR 2 ครั้ง จัดระบบการตรวจสอบ และกำกับการเข้าที่พัก และตรวจหาเชื้อให้ครบ 2 ครั้ง โดยต้องอยู่รอในที่พัก/สถานที่ที่กำหนด จนได้รับผลการตรวจ 

กำหนดระบบประกันให้ชัดเจน กรณีประกันไม่ครอบคลุม ผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของ Hospital Hospitel/Hotet Isolation และกรณี HRC” เอง และกรณีเกิดการระบาดมากขึ้น หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะพิจารณาการรับผู้เดินทางแล้วปรับมาใช้ระบบพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว (Sandbox) 

ลดวันกักตัวในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เป็น 7 วัน

ขณะที่วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง​ เป็น​ 8,129  คน​ และเสียชีวิต 19 คน แต่เนื่องจากมีจำนวนผู้หายป่วย จำหน่ายออกจากโรงพยาบาลในรอบ 10 วันรวมทั้งการรักษาที่บ้านทำให้ระบบสาธารณสุข ไปต่อได้ไม่ตึงตัวมากนัก

อย่างไรก็ตาม หลังกระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนภัยโควิด-19 แก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565​ ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับ 4 เช่น การงดไปสถานที่เสี่ยง งดรับประทานอาหารและดื่มสุราในร้าน ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมรวมตัวจำนวนมาก เดินทางข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็น โดยสารขนส่งสาธารณะเท่าที่จำเป็นและเพิ่มความระมัดระวัง งดเดินทางไปต่างประเทศ และป้องกันตนเองด้วย VUCA ร่วมกับการปรับสีของพื้นที่  ทำให้โอกาสติดเชื้อลดลง 

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ กล่าวว่า จากตัวเลขการติดเชื้อที่ผ่านมาในช่วง 10 วัน ถือว่าไม่รุนแรง มีแนวโน้มลดลง สามารถรับมือได้ และจากการเฝ้าระวังการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน พบว่า ประมาณ 95%  มีอาการไม่มาก ส่วนผู้เสียชีวิต 2 รายที่รับรายงานว่าติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัวค่อนข้างรุนแรง และผู้ป่วยอาการหนักอีกรายมีอาการของวัณโรค และพิษสุราเรื้อรังร่วม 

โดยวันนี้ (20 ม.ค.) ครบวงรอบติดตามมาตรการ 2 สัปดาห์ เพื่อการพิจารณาปรับลดระดับเตือนภัย ซึ่งต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างประกอบกัน เช่น อัตราการแพร่เชื้อการเสียชีวิต และขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาทางคลินิกของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน จากกรมการแพทย์และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  เพื่อหาลักษณะการติดเชื้อว่าส่งผลต่อการป่วยหนักและเสียชีวิตอย่างไร สำหรับเป็นข้อมูลในการหารือปรับลดระดับการเตือนภัย และวางมาตรการต่างๆ ต่อไปส่วนการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับ ศบค. บนพื้นฐานทางวิชาการ

Author

Alternative Text
AUTHOR

วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส