ธรรมธุรกิจ รวมผลผลิตส่งคนกรุงฯ

เตรียมยกระดับ วงจรธุรกิจอาหารปลอดภัยและเป็นธรรม จากผลผลิตเครือข่ายยักษ์กับโจนทั่วประเทศ ส่งถึงมือด้วยรถพุ่มพวงทุกวัน



พิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 กทม. ให้สัมภาษณ์กับ The active ว่า ในปี 2564 เครือข่ายธรรมธุรกิจ จะมีตู้ถนอมอาหาร เตรียมพร้อมยกระดับวงจรธุรกิจที่เป็นธรรม รวบรวมผลผลิต (ข้าว ผัก ไข่ ปลา ฯลฯ) ของเครือข่ายยักษ์กับโจน ทั่วทุกภาคของประเทศ มาเก็บรักษาไว้ที่ส่วนกลาง และเพิ่มจำนวนของรถพุ่มพวงราว 20-30 คัน เตรียมพร้อมส่งถึงมือผู้บริโภคคนกรุงเทพฯ ทุกวัน (จากเดิมที่ส่งอยู่เพียง 2-3 วัน)



ผู้จัดการธรรมธุรกิจ ยืนยันว่าวิกฤตโควิด-19 ทำให้เห็นชัดว่าประชาชนยังต้องการอาหารที่เพียงพอ และปลอดภัย และคาดหวังให้โมเดลธุรกิจที่เป็นธรรมนี้ สร้างความยั่งยืนให้ทุกส่วนที่อยู่ในสายพานการผลิตอาหารปลอดภัย.เพราะจากการทำงานของ เครือข่ายธรรมธุรกิจ 7 ปีแล้ว มีเพียงตลาดฐานธรรมพระราม 9 ซอย 17 ที่เป็นศูนย์กลางการจับจ่ายซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเครือข่ายยักษ์-โจน ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันการให้บริการส่งอาหารปลอดภัยถึงบ้านก็ยังติดข้อจำกัดเพราะไม่มีตู้ถนอมอาหาร

แต่ในสถานการณ์โควิด-19 เห็นชัดว่า ยอดการสั่งซื้ออาหารปลอดภัยเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว คนหันมาใส่ใจสุขภาพ อาหารปลอดภัยมากขึ้น แต่จากการสำรวจพบว่า ไทยมีวงจรการผลิตอาหารปลอดภัย ยั่งยืนเพียงร้อยละ 2 ที่เหลือปนเปื้อนสารเคมี จึงมองว่าไทยควรหันมาสร้างความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น เพราะจะทำให้ราคาอาหารปลอดภัยถูกลง

สอดคล้องกับ วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ซึ่งมีระบบการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ก่อหนี้สินให้กับเกษตรกร นำมาสู่ความไม่มั่นคง เกิดวิกฤตทางธรรมชาติ ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเสี่ยง หากไทยไม่เร่งมือสร้างความมั่นคงเรื่องอาหารอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่านี่เป็นวิกฤตระดับโลก และประเทศไทยที่แม้จะมีการผลิตด้านการเกษตรที่เพียงพอในปีนี้ แต่หากไม่วางระบบการผลิตที่ดี จะส่งผลถึงความเหลื่อมล้ำทางอาหาร



องค์การสหประชาชาติ หรือ UN เตรียมผลักดันให้ผู้นำทั่วโลก ผลักดันเรื่องความมั่นคงทางอาหารโดยจะจัดประชุมใหญ่กันยายนนี้ ที่ UN สำนักงานใหญ่ โดยให้ทุกประเทศยึดกรอบการทำงาน 5 ด้าน คือ

1. ให้ทุกคนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย

2. ปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเพื่อความยั่งยืน

3. ส่งเสริมระบบการผลิตที่เพียงพอ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4. ส่งเสริมความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม

5. สร้างความยืดหยุดให้สามารถปรับตัวได้ทุกวิกฤตเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

อ.วิวัฒน์ ย้ำว่า ไทยมีจุดแข็งเรื่องความมั่นคงทางอาหาร โดยย้ำให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความร่วมมือผลักดันศักยภาพที่มีอยู่แล้วเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริง ๆ ภายในปี 2564

Author

Alternative Text
AUTHOR

บุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติกุล

นักข่าวตาปรือ จบสายวิทย์-สังคมฯ จิตวิทยา กับ บริหารรัฐกิจฯ สนใจวิธีคิด-สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย