ยิงทายาท เหมืองตะกั่วคลิตี้ เสียชีวิต

ตำรวจ คาด เหตุทะเลาะวิวาท แต่ตั้งข้อสังเกต ก่อนหน้านี้ออกมาวิจารณ์งบฯ ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ไม่คุ้มค่า

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2563 เกิดเหตุยิงกันที่หมู่บ้านคลิตี้บน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นผลให้ทายาทของเจ้าของเหมืองแร่ตะกั่วคลิตี้ อายุ 43 ปี เสียชีวิต แม้ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุการตายมาจากการทะเลาะวิวาท แต่ก่อนหน้านี้ ผู้ตายเคยออกมาตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ว่า อาจไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป

รายงานข่าวเบื้องต้นจากการตรวจสอบกับ พันตำรวจเอก บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ให้ข้อมูลเพียงว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 ธ.ค. ภายในหมู่บ้านคลิตี้บน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยในคืนเกิดเหตุ คงสิทธิ์ กลีบบัว ทายาท บริษัท ตะกั่ว คอนเซนเตรทส์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะเจ้าของเหมืองแร่ตะกั่วคลิตี้ มีปากเสียงกับผู้ใหญ่บ้านคลิตี้บน ก่อนที่ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน จะเป็นผู้ลงมือยิง นายคงสิทธิ์ จนเสียชีวิต ขณะนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะมาจากเหตุทะเลาะวิวาท

ย้อนดูบทบาท ตั้งข้อสังเกตกระบวนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้

หากย้อนดูบทบาทของนายคงสิทธิ์ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่า เป็นหนึ่งในตัวแทนชาวบ้านคลิตี้ ที่มีส่วนสำคัญกับการออกมาตั้งข้อสังเกต โครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ ว่าจ้าง บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เข้าดำเนินการฟื้นฟูด้วยงบประมาณกว่า 454 ล้านบาท โดยนายคงสิทธิ์ เชื่อว่า หลายขั้นตอนของการฟื้นฟู ไม่ตรงตามข้อตกลงการว่าจ้าง จนส่งผลให้การฟื้นฟูไม่มีประสิทธิภาพ และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป ทั้งที่การฟื้นฟูต้องทำให้ได้มาตรฐานตามคำพิพากษาศาลปกครอง และเป็นสิ่งที่ชาวบ้านคลิตี้เฝ้ารอมานานไม่ต่ำกว่า 20 ปี

คงสิทธิ์ กลีบบัว ทายาท บริษัท ตะกั่ว คอนเซนเตรทส์ ประเทศไทย จำกัด

แหล่งข่าว ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามการดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว จ.กาญจนบุรี ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายคงสิทธิ์ ได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหลายเรื่อง บางประเด็นเป็นการพูดแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการฟื้นฟู ทั้งประเด็นด้านที่ดินที่ทำกิน มาตรการฟื้นฟู ที่อาจส่งผลให้สารพิษตะกั่วกลับมาฟุ้งกระจายในลำห้วยอีกครั้ง รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าชาวบ้านถูกข่มขู่ คุกคาม แหล่งข่าวระบุว่า การแสดงความเห็นของนายคงสิทธิ์ในวันนั้น ทำให้กรรมการหลายคนไม่พอใจ

สำหรับนายคงสิทธิ์ เป็นที่รู้จักและถูกให้ความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมาก ในช่วงที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ เมื่อวันที่ 29 – 30 พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อนายคงสิทธิ์ ระบุว่า เป็นหนึ่งในทายาทเจ้าของ บริษัท ตะกั่ว คอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองแร่ตะกั่วคลิตี้ หลังเกิดกรณีสารพิษตะกั่วจากเหมืองตะกั่วคลิตี้ ไหลลงปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้ แหล่งน้ำของชุมชนกะเหรี่ยง จนชาวบ้านได้รับผลกระทบมาอย่างยาวนาน

The Active มีโอกาสพูดคุยกับนายคงสิทธิ์ เขาเปิดใจว่า ภายหลังเกิดคดีฟ้องร้องกันภายในครอบครัว เขาได้ถูกตัดออกจากกองมรดก การออกมาแสดงความเห็นจึงเกิดขึ้นในฐานะของชาวบ้านเท่านั้น และในฐานะที่ครอบครัวเคยเป็นจำเลยของสังคมมาอย่างยาวนาน ว่าเป็นสาเหตุให้ลำห้วยคลิตี้ปนเปื้อนสารตะกั่ว เขาก็ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

และยืนยันว่าที่ผ่านมาทางบริษัทได้ให้ความช่วยเหลือ เยียวยาชาวบ้านมาตลอด ที่สำคัญ คือ เห็นด้วยที่ต้องมีการฟื้นฟูลำห้วยให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่มองว่า การฟื้นฟูที่กรมควบคุมมลพิษดำเนินการอยู่นั้นไม่ช่วยให้ปัญหาได้รับการแก้ไข

Author

Alternative Text
AUTHOR

พงศ์เมธ ล่องเซ่ง

นักข่าวไม่จำกัดสาย จัดให้ได้ทุกประเด็น เชียร์แมนยู มีลูกเล็กชื่อคีน-คีพ แต่ไม่เคยวีนใคร