พีมูฟแถลง 6 ข้อค้าน “ร.อ.ธรรมนัส” เซ็นประกาศ คปก.

ชี้ยกที่ สปก. ขัดเจตนารมณ์กฎหมาย กระทบสิทธิประโยชน์เกษตรกร เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนอ้อย น้ำตาล และปาล์มน้ำมัน จี้รัฐเร่งออกประกาศกำหนดพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองเพื่อเกษตรกรรม

วันนี้ (17 พ.ย. 2563) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (ขปส.) ออกแถลงการณ์ 6 ข้อ คัดค้านประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ฉบับที่อนุญาตให้ทำกิจการนอกภาคเกษตรในพื้นที่ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก. โดยมองว่า

1. ประกาศ คปก. ฉบับนี้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งได้มาจากการต่อสู้เรียกร้องของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อให้มีการปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกร สร้างความเป็นธรรมในสังคม

2. การแก้ไขกฎหมาย หรือการประกาศข้อกำหนดใด ๆ ของ ส.ป.ก. ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินในเขตพื้นที่ของ ส.ป.ก. ต้องดำเนินการเพื่อเป็นการสร้างโอกาส หรือขยายโอกาสให้กับเกษตรกร ในการพัฒนาเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น หากเป็นการแก้ไขกฎหมาย หรือการประกาศข้อกำหนดใด ๆ ซึ่งมีผลเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ หรืออาจจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา และหรือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยทั่วถึง

3. ขปส. คัดค้านการออกประกาศของ ส.ป.ก. ที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล, อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน และ การวางแนวทางสำหรับระบบเกษตรพันธสัญญา ที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ของ ส.ป.ก. ในการสร้างฐานการผลิตของตนเอง โดยอาศัยแรงงานเกษตรกรราคาถูกทำการผลิตวัตถุดิบให้กับโรงงานของนายทุนทั้งหลาย

4. ขปส. เรียกร้องให้รัฐบาล และ ส.ป.ก. สนับสนุนการผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยวิสาหกิจชุมชนของเกษตรกร หรือ โดยสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตรฯ ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิต ไม่เป็นช่องทางในการแย่งชิงทรัพยากร ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ

5. ขปส. เรียกร้องให้รัฐบาล และ ส.ป.ก. เร่งออกประกาศกำหนดพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองเพื่อเกษตรกรรม

6. ขปส. ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจ การดำเนินโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ ตลอดถึงการปรับเปลี่ยนผังเมืองที่มีอิทธิพล และส่งผลกระทบต่อแนวทาง วัตถุประสงค์ ในการบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ดังนั้น หากจำเป็นต้องอนุญาตให้มีการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อทำกิจการนอกภาคเกษตร ต้องมีการพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งต้องมีการจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากชุมชนรอบข้างที่อาจได้รับผลกระทบ และต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นความจำนงค์ขออนุญาต ต้องมิใช่นายทุน หรือกลุ่มทุน ทั้งต้อง กำหนดประเภทและกำลังการผลิตของกิจการนั้น ๆ ให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม หรือเป็นอันตรายต่อมนุษย์ และระบบนิเวศ และต้องเกิดประโยชน์โดยแท้จริงต่อพี่น้องเกษตรกรด้วย

แถลงการณ์คัดค้านฉบับนี้ มีขึ้นหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เปิดโอกาสให้นักธุรกิจ นายทุน หรือบุคคลอื่นใดที่มิใช่เกษตรกร มีสิทธิใช้ประโยชน์ และกำหนดทิศทางการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของ ส.ป.ก. เช่น

1. กิจการที่เป็นการสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เช่น ที่ทำการของเอกชน ต่าง ๆ ตามโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภาคเอกชนและเกษตรกร ซึ่งเป็นการวางแนวทางเตรียมพื้นฐานให้ ส.ป.ก. ดำเนินนโยบายส่งเสริมระบบเกษตรพันธสัญญา ซึ่งกลุ่มนายทุนคือผู้กำหนดชะตากรรมของเกษตรกร เกษตรกรเป็นเพียงผู้ใช้แรงงานในที่ดินที่รัฐมอบให้

2. กิจการที่เป็นการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและปัจจัยการผลิต เช่น โรงงานผลิตปุ๋ยเคมี

3. กิจการจำหน่ายรถยนต์และเครื่องกลทางการเกษตร เช่น ร้านจำหน่ายรถแทรกเตอร์

4. กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นหลัก เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานผลไม้กระป๋อง โรงงานน้ำมันพืช-ปาล์ม/ทานตะวัน โรงงานหรือสถานที่สำหรับแปรรูปไม้

Author

Alternative Text
AUTHOR

ทัศน์​ | วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส