รัฐทุ่มกว่าหมื่นล้านจองวัคซีน​โควิด-19

รับเสี่ยงแต่จำเป็น สร้างหลายทางเลือกให้คนไทยเข้าถึงวัคซีน

“นพ.สุ​วิทย์”​ แจง​ สธ.​ เลือกจองวัคซีน​กับ​ “แอสตราเซนเนกา” แม้ยังพัฒนาไม่สำเร็จ​ เพราะ​ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี​ ชี้​ ข้อเสียวัคซีน​ไฟเซอร์​ ต้องเก็บที่อุณหภูมิ​ -​70 องศา​ ขนส่งยาก​ คาดคนไทยได้ใช้วัคซีน​ล็อตแรก เดือน พ.ค.​ ปี​ 64​

จากกรณี​วานนี้​ (17 พ.ย.​ 63) ครม.มีมติเห็นชอบให้ไทยจองซื้อวัคซีนโควิด-19 จากแอสตราเซนเนกาจำนวน 26 ล้านโดส วงเงิน 6 พันล้านบาท เพื่อให้คนไทย 13 ล้านคน​ หรือ 20​% ของประชากรเข้าถึงวัคซีน

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด้านการต่างประเทศ เปิดเผย​ กับ​ The​ Active​ ว่า​ รัฐบาลพยายามทุกทางที่จะหาวัคซีน​ มาเพื่อคนไทยได้อย่างเหมาะสม โดยทางเลือกแรก เลือกจองกับ​ บริษัท​ แอสตราเซนเนกา เพราะว่า จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี มาผลิตในไทยที่โรงงานของบริษัท​ สยามไบโอไซ​เอน​ ประเทศไทยก็จะกลายเป็นศูนย์กลางของการผลิตวัคซีนโค​วิด​ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ไทยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้กับประชากรให้ได้ 50%

ขณะที่อีกแนวทางหนึ่ง​ ที่กำลังจะเสนอ ครม. ให้พิจารณาคือการร่วมลงขันกับหลายประเทศในโครงการของสหประชาชาติ​ เพื่อร่วมกันซื้อจัดซื้อวัคซีน​ หรือ​ Covax ซึ่ง​กำลังอยู่ระหว่าง​พิจารณา​ ยังไม่รู้ว่าจะได้วัคซีนจาก​ Covax​ เมื่อไหร่​ แต่คาดว่าน่าจะเป็นกลางปีหน้าเช่นกัน

ส่วนกรณีที่บริษัท​ ไฟเซอร์​ และ​ บริษัท​ โมเดอร์นา 2 บริษัทผลิตวัคซีนที่ได้ผลถึง 90% ยอมรับว่าจะมีการเจรจาเบื้องต้นกับ บริษัท​ ไฟเซอร์ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ แต่วัคซีนของ​ไฟเซอร์​ และ โมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่มีข้อจำกัดเยอะ​ คือ​ ต้องเก็บในความเย็น -70​ องศาเซลเซียส​ เมื่อนำออกมาก็จะมีอายุการใช้งาน 4 วัน​ – 1 เดือน หากต้องฉีดในปริมาณหลายล้านโดส​ จะเป็นอุปสรรคในเรื่องการขนส่ง อย่างไรก็ตามวัคซีน​จากทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์นา ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่คณะแพทยศาสตร์​ จุฬาฯ พัฒนา​อยู่​ ซึ่งคาดว่าปลายปี​ 2564​ จะทำสำเร็จ

ส่วน​วัคซีนของ​แอสตราเซนเนกา​ แม้ว่าจะยังพัฒนา​ไม่สำเร็จเหมือนอย่าง​ ไฟเซอร์ กับ โมเดอร์นา เพราะว่าระหว่างทำการวิจัย เกิดมีผู้ทดลองสันหลังอักเสบ​ ต้องหยุดทำการวิจัยไปพักหนึ่ง​ อยู่​ระหว่าง​การตรวจสอบว่าเกี่ยวกับวัคซีนหรือไม่และคาดว่าใช้เวลาอีก 1-2 เดือนก็จะรู้ผลว่ามีภูมิคุ้มกัน​เกิน​ 90​% หรือไม่

นพ.สุวิทย์​ บอกอีกว่า​ ปัจจุบัน​ยังมีความรู้ไม่มากพอว่าวัคซีนโค​วิด​-19 ฉีดแล้วสร้างภูมิคุ้มกัน​อยู่ได้นานแค่ไหน​ ก็คาดหวังว่าจะฉีดเข็มเดียวและป้องกันได้ตลอดชีวิต แต่ก็ต้องใช้เวลาศึกษากัน​ 20-30 ปี เบื้องต้นอาจจะฉีดเข็มหนึ่ง​ อยู่ได้ประมาณ​ 1​-2 ปีเท่านั้น

“ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน​ อยากเรียนให้ประชาชนทราบว่าการตัดสินใจของรัฐบาลมีความเสี่ยง​ แต่เป็นความเสี่ยงที่จำเป็น เพราะตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าวัคซีนที่จองไปนั้น จะได้ผลหรือไม่​ แต่ถ้าไม่จองไว้​ คนอื่นก็จะเอาไปหมด​ คนไทยก็จะไม่ได้ใช้” นพ.สุวิทย์​ กล่าว​

สำหรับงบประมาณ​ที่ใช้ไปกับการพัฒนา​และจัดหาวัคซีนนั้น​ งบประมาณก้อนแรกจากงบประมาณกลาง 1,000 ล้านบาท พัฒนาร่วมกับอ๊อกฟอร์ด 600 ล้านบาท และ 400 ล้านบาทให้กับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังมีสำรองในส่วนของงบประมาณเงินกู้ที่สำรองไว้ประมาณ​ 3,000​ กว่าล้านบาท และเร็ว ๆ นี้กำลังจะพิจารณาเข้าโครงการ​ Covax รวมทั้งล่าสุดจองซื้อวัคซีนโควิด-19 จากแอสตราเซนเนกา อีก 6 พันล้านบาท​ รวมงบประมาณ​ที่ใช้เพื่อวัคซีน​โควิดทั้งหมด​ 1​ หมื่นล้านบาท

Author

Alternative Text
AUTHOR

ทัศน์​ | วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส