พีมูฟ-เครือข่าย​ #Save​บางกลอย​ ประกาศปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบ​ฯ ไม่มีกำหนด

แม้​ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จะได้รับการประกันตัวแล้ว​ แต่พีมูฟและเครือข่ายฯ ยังเดินหน้า​ ร้องเรียกความเป็นธรรม​ กลับใจแผ่นดิน​ ชี้ รัฐไร้ประสิทธิภาพ ไม่เชื่อมั่นในนโยบายแก้ไขปัญหาใดได้

เมื่อวันที่​ 7​ มี.ค.​ 2564​ ที่ประตู​ 3​ ทำเนียบรัฐบาล พชร​ คำชำนาญ​ ผู้ประสานงานภาคี #Saveบางกลอย​ กล่าวว่า​ จากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐ นำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กระทำต่อชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังชาวบ้านบางกลอยล่าง 36 ครัวเรือน ประมาณ 70 คน ได้อพยพกลับแผ่นดินเกิด ณ บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

หลังจากนั้น ปรากฏภาพการพยายามข่มขู่ คุกคามชาวบ้านอย่างหนัก ทั้งความพยายามที่จะผลักดันชาวบ้านกลับลงมาอีกครั้งผ่าน “ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร” และล่าสุดคือการปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ที่มีการปฏิบัติการสนธิกำลังกันเข้าจับกุมชาวบ้านตามหมายจับ 30 คน ในข้อหา “บุกรุก ก่นสร้าง แผ้วถาง ยึดถือ ครอบครอง กระทำการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมแก่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (1) ซึ่งจับกุมได้ 22 ราย ทั้งหมดถูกฝากขังที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จังหวัดเพชรบุรี ทันที นอกจากนั้นยังนำชาวบ้านกลับลงมาจากบางกลอยบน-ใจแผ่นดินทั้งหมด รวม 87 คน

​การปฏิบัติทั้งหมด เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่มีบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดิน ลงนามโดยฝ่ายการเมืองและข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้แทนจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ภาคี #SAVEบางกลอย และผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จ.เพชรบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ และการตระบัดสัตย์ของรัฐบาลที่ไม่อาจทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมั่นในนโยบายในการแก้ไขปัญหาใดได้อีก

​นอกจากนั้น นับตั้งแต่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ได้เจรจาแก้ปัญหากับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2562 ซึ่งเป็นเวลากว่า 19 เดือนแห่งความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาภายใต้คณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้ง ซึ่งมีถึง 1 คณะกรรมการ 9 อนุกรรมการ 35 คณะทำงาน มีการประชุมทั้งหมดมากกว่า 50 ครั้ง อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นยิ่งกว่ารัฐบาลไหน หลายชุมชนต้องเผชิญกับการถูกคุกคาม จับกุม ดำเนินคดี ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครอบครัว นี่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานบ้านเมืองให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในฐานะ “มนุษย์”

​อีกทั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ติดตามความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่องนั้น กลับพบว่า มีความพยายามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาในการคว่ำกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยการโยนให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนนับแสนรายชื่อ ซึ่ง ขปส. เองก็ได้รวบรวมรายชื่อจำนวนมากเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกตีตกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล

“​จนถึงวันนี้ หมดเวลาในการประวิงเวลาและหลอกลวงประชาชน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และภาคี #SAVEบางกลอย ขอประกาศว่า จะไม่ทนต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่เห็นหัวประชาชนอีกต่อไป และจะปักหลักชุมนุม ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร จนกว่าจะมีหลักประกันว่าคนจนจะต้องไม่ถูกรังแก รัฐบาลจะแก้ทุกปัญหา ออกจากระบบประชาธิปไตยจอมปลอม”

ล่าสุด พชร คำชำนาญ ภาคี #save บางกลอย ระบุ ร่วมเดินกับกลุ่มที่ร่วมจัดกิจกรรมใช้ชื่อว่า “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” เพราะต้องการให้ประเด็นบางกลอยเป็นที่รับรู้ของสาธารณะมากขึ้น ย้ำจุดยืด ปักหลักหน้าทำเนียบ 7 วัน กดดัน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องลาออก เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาให้ชาวกระเหรี่ยงบางกลอย และกลุ่มชาติพันธุ์ได้

Author

Alternative Text
AUTHOR

วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส

Alternative Text
AUTHOR

บุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติกุล

นักข่าวตาปรือ จบสายวิทย์-สังคมฯ จิตวิทยา กับ บริหารรัฐกิจฯ สนใจวิธีคิด-สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย