“รสนา” ชี้ ปมขายหุ้น​ PTTOR​ แปรรูปซ้อน​ ขัด พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ

ลดสัดส่วนหุ้นคลัง เหลือ 38 % แต่ยังใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐ เอื้อประโยชน์ทุน เตือน รมว.คลัง ปล่อยเกียร์ว่างเจอคดี เตรียมยื่น ป.ป.ช. – สตง. ตรวจสอบ

วันนี้ (26​ ม.ค.​ 2564)​ งานแถลงข่าว​ “โกงสมบัติชาติซ้ำซาก กระชากหน้ากาก ใครได้ใครเสีย ปมขายหุ้น​ PTTOR​ ให้นายทุน” ที่ลานพฤษภา​ประชา​ธรรม รสนา​ โตสิตระกูล​ อดีตสมาชิกวุฒิสภา​ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือทักท้วงถึงรองนายก​รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ​ และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าการแยก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ​หรือ “OR” ออกไปเข้าตลาดหลักทรัพย์​ โดยลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นกระทรวงการคลังลงเหลือเพียง 38 % ทำให้รัฐเสียประโยชน์ เพราะทรัพย์สินของ ปตท.​ ก่อนแปรรูปเป็นมหาชน ยังมีข้อพิพาทเรื่องสมบัติชาติ ทั้งท่อก๊าซและที่ราชพัสดุในการตั้งปั๊มน้ำมัน การแยกบริษัท ปตท. OR เป็นเอกชน จึงถือเป็นการแปรรูปซ้อน​ ขัดต่อพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 ซึ่งหาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)​ ยังคงเดินหน้าขายหุ้นต่อ​ ก็เตรียมยื่นเรื่องถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ​ต่อไป

“การเปิดให้ประชาชนมาเข้าร่วมถือหุ้น ปตท.โออาร์ เป็นการเอาประชาชนมาบังหน้า การทำธุรกิจเพื่อนายทุน ประเด็นอยู่ที่ว่า การทำเช่นนี้ถูกหรือผิดกฎหมาย และต้องเคลียร์ให้ชัดเรื่องสิทธิที่บริษัท ปตท. ได้รับก่อนการแปรรูปมาเป็นบริษัทเอกชน ที่ยังมีข้อพิพาทอยู่ ถ้าทั้งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังปล่อยเกียร์ว่าง ก็จะต้องมีชนักติดหลัง หลังจบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้ว”

ด้าน ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ ต้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่​ 1​ ประชาชนทั้งประเทศ​ กลุ่มที่​ 2​ ประชาชนที่เข้ามาจองซื้อหุ้น​ และ กลุ่มที่​ 3​ นักลงทุนต่างชาติ ธุรกิจพลังงานนับเป็นสาธารณูปโภคสาธารณะที่ประชาชนทั้งประเทศต้องได้รับประโยชน์จากการกำกับดูแลในฐานะรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแสวงหากำไรจากทรัพย์สินของชาติ นับว่าขัดต่อกฎหมาย

“ปั๊มน้ำมันที่โอนไปใน​ โออาร์​ อยู่ในที่ดินราช​พัสดุ​ โดยไม่มีการเปิดประมูลทั่วไป​ ที่ราชพัสดุ​หากโอนไปในพีทีทีโออาร์​ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ก็มีความเสี่ยง​ เพราะที่ราชพัสดุต้องใช้ในกิจการรัฐ รัฐวิสาหกิจ เช่นเดียวกันหากเกิดกระแสเงินในทางบวก​ จากสิทธิที่เกิดสืบเนื่องจากระบบท่อก๊าซ​ ซึ่งยังมีข้อพิพาทอยู่ในศาล ที่ถูกเรียกคืนจาก ปตท. ​ก็มีความเสี่ยงผิดกฎหมาย”

เมื่อย้อนดูผลประกอบการ ของ ปตท. OR ปี 2560 กำไร 9,800 ล้านบาท ปี 2561 กำไร 7,900 ล้านบาท ปี 2562 กำไร 10,900 ล้านบาท ปี 2563 กำไร 5,900 ล้านบาท (ม.ค.-ก.ย.) โดยรายได้ ปตท. OR มาจาก 3 ส่วน คือ ธุรกิจน้ำมัน 91 % ปัจจุบันมี 2,300 แห่ง เปิดเอง 20 % แฟรนไชส์ 80 % ค้าปลีก 4 % ได้แก่ Amazon มี 3,440 สาขา (ขายได้ปีละ 270 ล้านแก้ว) ไก่ทอด Texas 73 สาขา ติ่มซำ ฮั่วเซ่งฮง 73 สาขา และรายได้จากต่างประเทศ 5 % คือ น้ำมัน และค้าปลีกประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตั้งเป้าเติบโตปี 2563 – 2568 ต้องมีปั๊ม PTT ในไทย 108 สถานีต่อปี เพิ่ม Amazon 418 แห่งต่อปี TEXAS 20 แห่งต่อปี ร้านติ่มซำ ฮั่ว เซ่ง ฮง 19 แห่งต่อปี และ ปั๊ม PTT ในต่างประเทศ 64 แห่งต่อปี ตั้งงบฯ ลงทุนมูลค่า 74,600 ล้านบาท

Author

Alternative Text
AUTHOR

ทัศน์​ | วชิร​วิทย์​ เลิศบำรุงชัย

อดีตนักศึกษา​ฝึกงานไทยพีบีเอส​ เรียนหนังสือและทำข่าวสิ่งแวดล้อม​-เศรษฐกิจ​ ที่เครือเนชั่น​ ปัจจุบัน​กลับมาทำข่าวนโยบาย​สาธารณะ​ที่ไทยพีบีเอส